บทที่ 4 ไม่ได้มีดี...แค่ปาก

ตอนที่ 4 ไม่ได้มีดี...แค่ปาก

หัวใจเต้นเสียจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอกอยู่แล้ว เธอเงยหน้าสู้สายตาเขาต่อ ทั้งที่เพิ่งค้นพบว่าการท้าผู้ชายที่ไม่รู้จักคำว่ายอมแพ้ อาจเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่โง่ที่สุดของวันนี้

ฟาร์คัสมองเธออยู่พักหนึ่ง ก่อนหัวเราะในลำคอเหมือนยังไม่เชื่อว่าเธอไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย

“ไหนคุณบอกว่า ฉันไม่ใช่สเปคคุณไงคะ” เธอเอียงหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มเริ่มปรากฏตรงมุมปาก เมื่อจับได้ว่าคนที่ประกาศเสียงแข็งเมื่อครู่ ไม่ได้วางตัวเฉยเมยอย่างที่พยายามแสดงนัก

“ดูท่าคุณเองก็ไม่ได้มั่นคงกับคำพูดตัวเองเท่าไรนี่หรือว่าคุณแพ้เสน่ห์ฉันเข้าแล้ว” คราวนี้เธอเป็นฝ่ายเชิดหน้าขึ้นอย่างผู้ชนะ

ฟาร์คัสมองรอยยิ้มของคนที่กำลังประกาศชัยชนะอยู่ตรงหน้าแล้วหัวเราะในลำคอ เขาผ่านโลกมามากพอจะดูออกว่า ท่าทางเชิดหน้าของดาวประดับไม่ได้หมายความว่าเธอไม่รู้สึกอะไร เพียงแต่เด็กคนนี้ไม่ยอมแสดงออกให้เขาได้ใจเท่านั้น

“เก่งแต่ปาก”

“ว่าไงนะคะ”

“ก็ไม่แปลก เธอเป็นล่ามนี่ เรื่องปากเก่งคงเป็นสิ่งที่เธอถนัดอยู่แล้ว”

ประโยคเดียวสะกิดศักดิ์ศรีคนฟังเข้าเต็ม ๆ ดาวประดับหรี่ตามองผู้ชายตรงหน้า เมื่อครู่ยังเป็นเพียงการเถียงกันเล่น ๆ แต่ตอนนี้ดูเหมือน ศึกระหว่างประเทศจะเกิดขึ้นกลางห้องเก็บเอกสารเสียแล้ว จะแพ้อะไรก็แพ้ได้ แต่จะให้คนไทยมาแพ้ฝีปากนายฝรั่งในสยามประเทศไม่ได้เด็ดขาด

“ฉันมีคติประจำใจอยู่อย่างหนึ่งค่ะ ด่าได้ หยามไม่ได้” เสียงหัวเราะของเขา ยิ่งทำให้คนพูดฮึดกว่าเดิม ดาวประดับจึงกวาดตามองเขาอย่างท้าทาย ก่อนเสนอเกมที่เพิ่งคิดขึ้นมาได้แบบสด ๆ

“มาพิสูจน์กันไหมคะว่า ใครกันแน่ที่เก่งแต่ปาก ถ้าฉันถอดเสื้อผ้า แล้วคุณยังควบคุมตัวเอง กลับไปเป็นปกติไม่ได้ ก็ยอมรับมาเถอะค่ะว่าคุณแพ้”

“เธอแน่ใจหรือว่าจะเล่นเกมนี้”

“กลัวแพ้ ก็ยอมตั้งแต่ตอนนี้ได้นะคะ”

ดาวประดับไม่รอฟังคำตอบ มือยกขึ้นปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของตัวเอง กระดุมเม็ดแรกหลุดจากรังดุม ตามด้วยเม็ดต่อมาอย่างไม่รีบร้อน ขณะที่สายตายังคงจับอยู่บนใบหน้าคู่ต่อสู้

รอยยิ้มกวนประสาทของฟาร์คัสค่อย ๆ หายไป เขาทุ่มเวลาให้กับงานมานาน จนเรื่องผู้หญิงแทบหลุดออกจากชีวิต เมื่อความสาวของนักศึกษาวัยยี่สิบสองปรากฏอยู่ตรงหน้าในระยะเพียงเอื้อม ร่างกายจึงซื่อตรงกว่าปากที่เพิ่งประกาศว่าเธอไม่ใช่สเปค

“ไหนว่าไม่ใช่สเปค”

ฟาร์คัสก้าวเข้ามาจนระยะห่างเหลือเพียงน้อยนิด ก่อนยกมือแตะลงบนหัวไหล่เธอ ปลายนิ้วอุ่นเพียงสัมผัสเดียวทำเอาความร้อนแล่นวูบไปทั่วร่างดาวประดับอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่คนเป็นฝ่ายเปิดเกมยังยืนอยู่ที่เดิม

“ยังจะเล่นต่ออีกหรือไง” ดาวประดับสบตาโดยไม่ถอย ฟาร์คัสมองเธออยู่ชั่วอึดใจ แล้วการต่อสู้ด้วยฝีปากก็สิ้นสุดลงตรงนั้น

แรงท้าทายที่สะสมมาตลอด เปลี่ยนรูปไปโดยไม่ต้องมีใครอธิบาย จูบแรกระหว่างคนทั้งสองไม่มีสัมผัสความอ่อนหวาน ไม่มีฝ่ายใดรอให้อีกคนเป็นผู้กำหนดเกม ดาวประดับไม่ถอย ฟาร์คัสก็ไม่ยอมให้เธอเป็นฝ่ายถือชัยชนะอยู่คนเดียว มือที่เมื่อครู่ยังใช้ชี้หน้ากัน เปลี่ยนเป็นดึงอีกฝ่ายเข้าหา

“เธอคิดจะสู้กับฉันหรือดาวประดับ”

“แล้วคุณละ จะสู้กับฉันไหม”

คำประชดประชันหายไป เหลือเพียงความต้องการของคนทั้งสอง ที่ต่างรู้ดีว่าตัวเองกำลังทำอะไร ไม่มีคำหวานอันไร้ประโยชน์ และไม่มีใครพูดถึงความสัมพันธ์หลังจากนี้

เสื้อผ้าชื้นเกะกะถูกต่างฝ่ายถอดโยนทิ้งไปอย่างไม่ไยดี ริมฝีปากร้อน ระอุไปด้วยแรงปรารถนาประกบเข้าหากัน คนที่เคยบอกว่าอีกฝ่ายปากดีถึงกับเผลอหลุดยิ้ม เมื่อได้ฉกชิมความหวานจากากสวย

“อือ ใช้ได้นี่นา”

“คุณเองกไม่เลว” มือบางคว้าเส้นผมสั้นกระชากใบหน้าคมให้ก้มกลับลงมาจูบ

ขณะที่ฟาร์คัสตวัดท่อนแขนลงไปเกี่ยวเอวบาง จากนั้นยกร่างของนักศึกษาสาวลอยหวือขึ้นมาจากพื้น สองขาเรียวของดาวประดับงอพับตวัดเกี่ยวรัดรอบเอวแน่น จนทำให้เอสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่มันเป็นแท่งแข็งๆ กลางลำตัวของเขา

“แข็งขนาดนี้ ยังมีหน้ามาบอกว่าฉันไม่ใช่สเปค”

“เธอเองก็.....”

ประโยคถากถางหยุดลง แตกต่างจากปลายนิ้วแกร่งที่แหย่แยงแทงล้วงข้ามเขตเป้ากางเกงในของสาวสวย ลงไปสัมผัสความเปียกลื่น ด้านใน

ฟาร์คัสมั่นใจว่าไอ้ความชื้นจนแฉะนี้มันไม่ได้เกิดจากฝน หากแต่มันเกิดจากความต้องการของคนที่เป็นเจ้าของ สเพียงสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจกว่านั่นคือกลีบเนื้อที่มันยังอ้าออกไม่เต็มที่ ร่องลื่นตีบตึง จนแม้เขาใช้ปลายนิ้วคลึงมันยังเหมือนไม่ค่อยอยากต้อนรับ

“อ๊ะ คุณฟาร์คัส”

“บอกฉันสิว่าก่อนหน้านี้เธอมีประสบการณ์มาบ้าง”

“ทำไมคะ อย่าบอกนะว่าคุณเอาแค่คนมีประสบการณ์”

“นี่มันเซ็กนะ ไม่ใช่การฝึกงาน ไม่ว่าจะมีประสบการณ์หรือไม่ ฉันก็เอาได้ทั้งนั้น”

“ถ้าอย่างนั้นจะรออะไรละ...มาสิ”

คนอย่างดาวประดับ ต่อให้ไม่มีประสบการณ์ก็ใช่ว่าเธอจะหุบขาหนี ยิ่งเมื่อได้สัมผัสปลายนิ้วสากของฟาร์คัส ที่เขาพยายามยัดเข้าไปในรูแคบของเธอด้วยแล้ว บอกตามตรงว่าดาวประดับถึงกับอดรนทนไม่ไหว เผยอปากยกขึ้นส่งเสียงคราง สะโพกบางร่อนลอย เหมือนต้องการให้ร่องเสียวสัมผัสความซ่านอย่างเต็มกลีบ

“อ๊า อื้อ เสียวจังเลย” ริมฝีปากกระซิบแผ่วลงไปข้างใบหู ปลายลิ้นเรียวขยับพ้นออกมาจากริมฝีปากจากนั้นเอใช้มันค่อยๆ แยง แหย่เข้าไปในรูหูแคบของฟาร์คัส

“อ๊า นี่เธอ” ขนอ่อนลุกซู่ขึ้นมาทั่วทั้งตัว

มีไม่กี่คนที่รู้ว่าจุดอ่อนของเขามีส่วนไหนบ้าง แต่แม่เด็กนักศึกษาขาสั้นกลับแหย่รูเขาเข้าไปถึงจุดสยิว ลำเอ็นดุ้นยาวถึงกับกระตุก ตอบรับ

ฟาร์คัสคว้าหมับจับเต้านมคู่แล้วออกแรงขยำแรงๆ เนื้อนิ่มของเด็กสาวเต็มไม้เต็มมือ ยิ่งเมื่อปลายนิ้วสัมผัสความแข็งจากหัวนมเรียว เขายิ่งรู้สึกมันเขี้ยวขึ้นมา

“อือ ยั่วนักนะฉันจะจัดให้หนักเลย” หน้าซุกลงไปขบฟันขาวกัดลงไปยังหัวนมเบาๆ จากนั้นออกแรงดูด

ปลายนิ้วแกร่งแยงลึกเข้าไปภายในร่องแน่นได้ในที่สุด กล้ามเนื้อส่วนลึกตอดหนึบ กระตุกหน่วงจนเขายิ้มออกมา

“เสียวเหรอ ตอดนิ้วฉันแรงเชียว”

“ฉันรำคาญ...อยากได้ของที่มันใหญ่กว่านิ้วคุณ เมื่อไหร่จะยัดใส่เข้ามาสักทีละ อ้าขารอนานแล้วเนี่ย”

“เฮอะ ได้ เดี๋ยวจัดให้”

ดึงนิ้วตัวเองออกมาอย่างไม่อาลัย ก่อนที่เขาจะกระแทกส่วนที่ใหญ่กว่าเข้าไป หากแต่มันกลับไม่สามารถเข้าไปแทนที่ได้ทั้งหมด เพราะเจ้าของร่องลื่นกลับหดกล้ามเนื้อ หุบขาหนีบเข้าหากัน

“โอ๊ย เบาๆ สิ”

“ไหนว่าอยากได้ของใหญ่”

“อยากได้ของใหญ่ แต่ไม่ได้แผลว่าไม่ต้องการความอ่อนโยน ของคุณอันเท่าแขน จะทิ่มจะแทงก็ปราณีรูฉันบ้าง”

“ฉันเคยบอกเอหรือไง ว่าฉันเป็นเป็นอ่อนโยน”

“ถึงไม่ใช่คนอ่อนโยน แต่นี่มันเรื่องการเน็ต อย่างน้อยก็ควรมีความเป็นสุภาพบุรุษ ไม่ใช่มาถึงก็จะทิ่มอย่างเดียว”

“ฉันเอาผู้หญิงมาตั้งเยอะ ยังไม่มีใครปากดี เรื่องมากอย่างเธอเลย”

“อย่าเอาฉันไปเทียบกับคนอื่น นี่มันกีฉัน”

ฟาร์คัสไม่ได้ตอบรับตรงๆ ว่าเขาจะอ่อนโยนลงหรือไม่ แต่เมื่อเลาผ่านไป ร่างกายของดาวประดับเหมือนมันจะปรับตัวได้ และยอมรับเขาในที่สุด

เห็นได้ชัดจากร่างกายขับเมือกลื่นออกมาจนง่ามขาของเธอแฉะ แรงหนักกดทับซ้ำยังถูกกระแทก ร่างกายเหมือนจะแหลกแตกออกเป็นส่วนๆ แต่ถึงอย่างนั้นไม่มีคำพูดสักคำหลุดออกมาจากปากดาวประดับว่าให้เขาหยุด ตรงกันข้าม สิ่งที่เธอพร่ำพูดบอกกับเขาซ้ำๆ กลับยิ่งทำให้ฟาร์คัสยิ้มได้

“เอาอีกสิคุณ กระแทกลงมาแรงกว่านี้”

“ไม่เจ็บแล้วหรือไง”

"ถ้าเจ็บแล้วจะให้กระแทกหรือไง บอกว่าให้เอาแรงๆ อย่าลีลา"

“ฮึ เธอนี่มัน...ไม่ได้มีดีแค่ปากจริงๆ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป